หลายธุรกิจมีระบบหลายตัว แต่ข้อมูลไม่ต่อกัน ฝ่ายขายเห็นอย่างหนึ่ง คลังทำอีกอย่าง ขนส่งตามอีกแบบ ผู้บริหารจึงต้องตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่ตรงกัน
LPS Application ช่วยรวม workflow สำคัญของธุรกิจให้เชื่อมกัน ตั้งแต่รับคำสั่งซื้อ จอง stock จัดการคลัง ติดตามงาน ไปจนถึงส่งข้อมูลกลับ ERP หรือระบบอื่นแบบ realtime มากขึ้น ลดงานซ้ำ ลด error และทำให้การบริหารง่ายขึ้นในทุกวัน
ปัญหาของหลายองค์กรไม่ได้เริ่มจาก “ไม่มีระบบ” แต่เริ่มจาก มีหลายระบบแต่ไม่เชื่อมกัน
ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกันและเกิดงานซ้ำในทุกขั้นตอน
ขายได้แต่ของไม่พอส่ง หรือเปิดบิลแล้วต้องแก้เอกสารหลายรอบ เพราะไม่มีข้อมูลจอง stock และสถานะงานแบบ realtime
พนักงานต้องจำขั้นตอนเอง หา location เอง เช็กเอง และตามงานกันเอง ทำให้เกิดความผิดพลาดสะสม
ข้อมูลกระจายอยู่หลายที่ ต้องรอคนรวบรวมเป็นไฟล์หรือกระดาษ ทำให้ตัดสินใจช้า และแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุเสมอ
ERP, E-Commerce, Transport หรือระบบหน้างานมักต่อกันไม่ครบ ทำให้เกิด re-key และงานตรวจสอบซ้ำ
ถ้าระบบแยกกันอยู่เป็นส่วน ๆ ธุรกิจจะต้องเสียเวลาไปกับการตามข้อมูล
แทนที่จะใช้เวลาไปกับการปรับปรุงงานจริง เช่น
LPS ออกแบบชุด Application ให้รองรับการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยแต่ละ module สามารถทำงานร่วมกันเป็น platform เดียว หรือเลือกใช้เฉพาะส่วนที่ต้องการก่อน แล้วค่อยต่อยอดภายหลังได้
บันทึกทุกการทำงานในระบบ ไม่พึ่งกระดาษและความจำ
เรียงลำดับขั้นตอน สร้าง workflow ที่ชัดเจน
นำข้อมูลมาคิด วิเคราะห์ และใช้ตัดสินใจได้จริง
ลดขั้นตอนการหา ลดการสื่อสารที่ไม่จำเป็น และลดการใช้กระดาษ
เลือกใช้เป็นบางส่วนก่อน หรือเชื่อมเป็น platform เดียวทั้งธุรกิจก็ได้
ลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างฝ่ายขาย คลัง และเอกสารต้นทาง
ลดเวลาที่เสียไปกับการ re-check, re-key และการตามข้อมูลข้ามแผนก
เห็นงานค้าง งานช้า และจุด bottleneck ได้เร็วขึ้น
เมื่อยอดขายหรือจำนวน order เพิ่ม
ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเพิ่มคนตามในอัตราเดียวกันเสมอ
ความถี่การตรวจนับ stock จากปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 24 รอบ
ยอดขายโต 5 เท่า โดยไม่ต้องเพิ่มพนักงานในสัดส่วนเดียวกัน
ประหยัดต้นทุนแรงงานต่อปีเมื่อ workflow ดีขึ้น
เมื่อข้อมูลไหลต่อกัน ธุรกิจจะตอบลูกค้าได้เร็วขึ้น คุม stock ได้ดีขึ้น ลด error จาก manual process และมีฐานข้อมูลพร้อมต่อยอดสู่
dashboard, automation และการปรับปรุง workflow ในระยะยาว
LPS Application ออกแบบให้ยืดหยุ่นต่อการใช้งานจริงของลูกค้า สามารถเริ่มจาก module ที่เป็น pain หลักก่อน เช่น WMS หรือ OMS แล้วค่อยเชื่อมต่อไปยัง TMS, LMS, Hardware หรือ Automation ในภายหลัง
LPS พัฒนาระบบจากประสบการณ์หน้างานจริงของคลังสินค้าและโลจิสติกส์ จึงไม่ได้มองแค่ feature แต่ดูถึงขั้นตอนทำงานจริง ปัญหาคน ปัญหาหน้างาน และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ลูกค้าต้องการ
ปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย และเชื่อมกับระบบเดิมได้
ดูแลได้ทั้ง software, device, network, storage และ automation
เริ่มจากระบบหลักก่อน แล้วต่อยอดไปยัง hardware และ automation ได้
มองเรื่องความเร็ว ความแม่นยำ ต้นทุน และกำไร ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค
คำตอบสั้น ๆ สำหรับข้อสงสัยก่อนตัดสินใจ
LPS รองรับโซลูชันหลากหลาย เช่น ASRS, AGV, AMR, ACR, RFID, Pick to Light, Put to Light, Conveyor, Robot Integration และระบบควบคุมร่วมกับ WMS/WCS
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ในหลายกรณีการมี WMS หรือระบบกลางที่ดีจะช่วยให้ Automation ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและติดตามข้อมูลได้ชัดเจนกว่า
ได้ โดยสามารถออกแบบการเชื่อมต่อผ่าน API, interface หรือแนวทางอื่นตามโครงสร้างระบบเดิมของลูกค้า
เหมาะตั้งแต่ธุรกิจที่เริ่มต้นทำ digital transformation ไปจนถึงองค์กรที่ต้องการขยายเป็น smart warehouse หรือเชื่อมคลังกับโรงงานและ automation หลายส่วนเข้าด้วยกัน
ไม่จำเป็น หลายธุรกิจเริ่มจาก module หรือ automation เฉพาะจุดที่มี impact สูงก่อน แล้วค่อยขยายต่อเมื่อเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
สำหรับงานคลัง รับเข้า จัดเก็บ หยิบ จ่าย และติดตาม stock
สำหรับอุปกรณ์หน้างาน, PDA, Printer, Network และความพร้อมใช้งานจริง
สำหรับเพิ่ม throughput, ลด bottleneck และรองรับการเติบโต
สำหรับดูตัวอย่างการใช้งานและผลลัพธ์เชิงธุรกิจ
LPS พร้อมช่วยวิเคราะห์ pain point ของธุรกิจคุณ ว่าควรเริ่มจาก module ไหนก่อน
และควรเชื่อมระบบอย่างไรให้เห็นผลจริงทั้งเรื่องความเร็ว ความแม่นยำ และการควบคุมงาน